ผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดห้องทำงานต้อนรับเด็กนักเรียน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 63


พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบโอวาทแก่เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 และในโอกาสนี้ได้เปิดห้องทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เด็กนักเรียนได้เยี่ยมชม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกิจกรรม ณ เวทีกลางแจ้ง บริเวณลานหน้าองค์พระพุทธนวราชบพิตร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการศึกษาดำเนินโครงการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีให้แก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ในการจัดงานวันเด็ก ประจำปี 2563 เพื่อเสริมสร้างทัศนคติ เจตคติที่ดีให้แก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ผ่านกิจกรรมวันเด็ก เปิดโอกาสให้รู้จักระบบการทำงานของกรุงเทพมหานคร และได้เข้าพบบุคคลสำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต โดยกำหนดจัดงานวันเด็กประจำปี 2563 “เด็กรักษ์โลก” สร้างโลกสดใส ให้เด็กไทยใจสีเขียว ณ เวทีกลางแจ้ง บริเวณลานหน้าพระพุทธนวราชบพิตร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ภายใต้แนวคิด รักษ์โลกอย่างเข้าใจ สร้าง Lifestyle แบบคนรุ่นใหม่ โดยนำนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร กว่า 500 คน ร่วมกิจกรรมตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ประกอบด้วย เกมส์หรรษา ตอบคำถาม การจับฉลากมอบโชค กิจกรรมสาธิตวิธีการทำ CPR อย่างถูกต้อง การแสดงมายากล การสาธิตวิธีการดับเพลิงและการแสดงการจับงูจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การแสดงหุ่นยนต์ จากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบโอวาทเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 แก่นักเรียนที่ร่วมกิจกรรม พร้อมเปิดห้องให้เด็กได้เยี่ยมชมห้องทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเยี่ยมชมห้องประชุมสภากรุงเทพมหานครอีกด้วย

นอกจากนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กำหนดจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “วันเด็กปลอดขยะ” เพื่อให้ เด็กกทม.รักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นพลเมืองที่ดี ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และร่วมป้องกันไม่ให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมมากยิ่งขึ้น โดยในวันที่ 11 ม.ค.63 กำหนดจัดกิจกรรมใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร) รองรับเด็กได้ 20,000 คน สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) รองรับเด็กได้ 22,000 คน ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) รองรับเด็กได้ 5,000 คน และศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติทุ่งครุ รองรับเด็กได้ 5,000 คน โดยกิจกรรม ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ในช่วงเช้าจะมีพิธีมอบทุนการศึกษาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการแก่เด็กและเยาวชนที่เรียนดีและทำคุณประโยชน์ให้แก่กรุงเทพมหานคร จำนวน 148 ทุน จากนั้นตลอดทั้งวัน หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร จะจัดบูธและนิทรรศการในโซนกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ โซนที่ 1 เด็กกทม.เป็นเลิศ ประกอบด้วย สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักเทศกิจ สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักการโยธา สำนักการคลัง สำนักการศึกษา สำนักพัฒนาสังคม โซนที่ 2 เด็กกทม. มีสุข ประกอบด้วย สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ สำนักงานสถานธนานุบาล บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และโซนที่ 3 เด็กกทม.รักษ์โลก ประกอบด้วย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เด็กที่ร่วมกิจกรรมต้องลงทะเบียนรับพาสปอร์ตไปร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ เมื่อประทับตราครบทุกฐานการเรียนรู้ จะได้รับของรางวัล และสามารถร่วมกิจกรรมชุดเครื่องเล่นสำหรับเด็ก อาทิ บ้านเป่าลม ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน และรับประทานอาหาร เครื่องดื่ม ได้ฟรีตลอดทั้งวัน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์พร้อม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา และด้วยความตระหนักดีว่าเด็กในวันนี้คืออนาคตของชาติในวันข้างหน้า จึงได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ คุณธรรม และจริยธรรม ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองในทุกๆ ด้านอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคน ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ของตน อนาคตอยู่ที่ตัวของเรา ขอให้ยึดมั่นในคุณงามความดี และประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงาม มีความกตัญญูกตเวที มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น รักษาระเบียบวินัย ซื่อสัตย์สุจริต พร้อมตั้งใจใฝ่เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อเติบโตขึ้นเป็นบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนากรุงเทพฯ และประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป