กทม.จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจากภัยแล้ง เร่งบรรเทาปัญหาทุกมิติให้ประชาชน


          (3 ก.พ.63) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร โดย สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำเนินการสำรวจเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในทุกมิติที่กระทบกับประชาชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่ง พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาภัยจากภัยแล้งของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2558 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น โดยมอบหมายให้หน่วยงานทั้งสำนักและสำนักงานเขตดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

          สำหรับแผนฯดังกล่าว ได้มอบหมายให้สำนักงานเขตประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและทำความเข้าใจกับเกษตรกรในพื้นที่ให้งดการทำนาปรัง และให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งให้สำนักงานเขตดำเนินการตามมาตรการป้องกันไฟไหม้หญ้าและกองขยะในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าของกรุงเทพมหานคร โดยให้จัดทำแผนรองรับจุดเสี่ยงไฟไหม้หญ้าในพื้นที่ ตลอดจนทำแนวกันไฟในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้สำนักการระบายน้ำ จัดทำแผนรองรับการบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำเน่าเสียและสนับสนุนน้ำบำบัดให้กับสำนักงานเขตเพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ตลอดจนติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำเค็มเนื่องจากน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด ถ้ามีปริมาณน้ำเค็มเกินค่ามาตรฐาน ให้แจ้งสำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบ เพื่อที่สำนักงานเขตจะได้ลงพื้นที่แจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป ในส่วนของสำนักการโยธา ให้จัดทำแผนรองรับจุดเสี่ยงถนนทรุดช่วงหน้าแล้ง ตรวจสอบถนนบริเวณริมคลองต่างๆ ที่อาจทรุดตัวเนื่องจากปริมาณน้ำในคลองลดน้อยลงเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขและจัดเตรียมกำลังพลเครื่องจักรสนับสนุนสำนักงานเขต ให้สำนักพัฒนาสังคม จัดทำแผนรองรับผลกระทบด้านการเกษตร และขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง และนาปรังช่วงหน้าแล้ง งดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง โดยหันมาปลูกพืช ที่ใช้น้ำน้อยดูแลรักษาง่าย เช่น พืชผักหรือพืชไร่ที่มีอายุสั้น พืชผักสวนครัว รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพทดแทน

          ในส่วนของสำนักสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้จัดทำแผนรองรับการช่วยเหลือ จัดเตรียมยานพาหนะ เครื่องจักร กำลังพล เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่ร้องขอ ได้แก่ รถบรรทุกน้ำ (ประปา) รถบรรทุกภาชนะรองรับน้ำ ถังน้ำสแตนเลส และถังน้ำเหล็ก ในส่วนของการดูแลด้านสุขภาพ อนามัย ให้สำนักการแพทย์ และสำนักอนามัย จัดทำแผนรองรับด้านสาธารณสุข (โรคระบาด) ประชาสัมพันธ์ป้องกันโรคระบาดที่มาในช่วงหน้าแล้ง เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคอหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อย รวมถึงโรคที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้า และโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โรคลมแดด หรือโรคฮีตสโตรก ตลอดจนการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้ความรู้แก่ชุมชน และมอบหมายให้สำนักงานประชาสัมพันธ์ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์

        สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำแผนปฏิบัติรองรับเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รวมทั้งจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำดับเพลิง และอุปกรณ์พร้อมปฏิบัติ สามารถให้การสนับสนุนได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ รวมทั้งได้มีหนังสือประสานการประปานครหลวง ขอรับการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพื้นที่เขตชั้นนอกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งน้ำประปายังเข้าไปไม่ถึง ในช่วงตั้งแต่เดือน ม.ค. 63 เป็นต้นไป จนกว่าสภาวะปัญหาภัยแล้งจะคลี่คลายหรือยุติลง ซึ่งในปี 2563 นี้กรุงเทพมหานครเริ่มได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งแล้ว โดยเกิดขึ้นในพื้นที่เขตหนองจอก ดังนี้ ถนนทรุด 8 แห่ง น้ำคลองแห้ง 41 คลอง เกษตรกรร้องเรียนเรื่องขาดแคลนน้ำทำการเกษตร 1,440 ครัวเรือน ไฟไหม้หญ้า 67 ครั้ง และไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน 2 ครั้ง

         นอกจากนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับและสั่งการให้สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักพัฒนาสังคม สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานเขตหนองจอก ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นปัญหาที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน หากประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง สามารถขอความช่วยเหลือจากกรุงเทพมหานคร โทร.สายด่วน 1555 และ 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง