5 กฎเหล็ก Work from Home


Work from Home กับความท้าทายที่พนักงานจะต้องรักษาระดับการทำงานให้เทียบเท่ากับการทำงานที่ออฟฟิศ แบบนี้ต้องมี 5 กฎเหล็กเพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงาน

ยุคนี้ถึงแม้จะมีสถานการณ์ของไวรัสโคโรนา (COVID-19) โรคอุบัติใหม่ร้ายแรงที่แพร่กระจายไปทั่วโลก แต่หนึ่งในข้อดีของยุคปัจจุบันก็คือการมีเครื่องมือสื่อสารที่เชื่อมต่อทุกคนเข้าไว้ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยีโปรแกรมซอฟต์แวร์ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้ช่วยทำให้การทำงานไม่สะดุด และไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ในออฟฟิศ องค์กรหลายแห่งเสนอให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกว่า Work from Home เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่พนักงานไม่สามารถเดินทางมาออฟฟิศได้ อย่างไรก็ดี การ Work from Home นับเป็นความท้าทายที่พนักงานจะรักษาระดับการทำงานให้เทียบเท่ากับการทำงานที่ออฟฟิศ ดังนี้จึงต้องม 5 กฎเหล็กที่จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือน Work from Home ได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่

1.กำหนดโซนทำงานที่แน่นอน

คงไม่ดีแน่ถ้าต้องนั่งตอบอีเมล ไลน์กลุ่มที่ทำงานที่โซฟาหน้าทีวี หรือนั่งปั่นงาน ตรวจไฟล์ตัวเลขที่โต๊ะกินข้าว การมีโซนนั่งทำงานที่แยกจากส่วนอื่นๆ ของบ้านจะช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานได้ดีกว่า ถ้าบ้านไม่มีห้องทำงานโดยเฉพาะ ให้ลองสำรวจหาพื้นที่หรือมุมใดมุมหนึ่งของห้องและใช้สิ่งของมากั้นให้แยกออกมาเป็นสัดเป็นส่วน พร้อมกับบอกกับสมาชิกในบ้านไม่ให้เข้ามารบกวนโซนพื้นที่ทำงานนี้

2.ตัดสิ่งรบกวนรอบตัว

แม้รอบตัวจะมีเสียงรบกวนต่างๆ อย่างเสียงเพื่อนบ้าน รถวิ่ง ทีวีที่พ่อแม่ดูอยู่ การใส่หูฟังเพลงเบาๆ ก็ช่วยให้เราสามารถเพ่งสมาธิกับงานตรงหน้าได้ดีขึ้น นอกจากนี้การทำความเข้าใจกับคนรอบข้าง อย่างเพื่อน คนในครอบครัวว่าแม้ตัวเราจะนั่งทำงานที่บ้าน แต่ก็ต้องการสมาธิให้ผลงานออกมาดี ดังนั้นจึงไม่ควรเข้ามาในโซนทำงานหรือโทรเข้ามาคุยระหว่างชั่วโมงทำงาน บอกคนในบ้านให้ทราบถึงเวลาทำงาน เลิกทำงานที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น จะได้ไม่มีเกิดปัญหาในครอบครัว

3.ปฏิบัติตามแผนงานอย่างเคร่งครัด       

การ Work from Home ต้องใช้วินัยเป็นอย่างมาก โดยต้องเข้าประจำการหน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน วางแผนการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงช่วงพักเบรกให้ผ่อนคลาย จากนั้นก็ตั้งสมาธิปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัดไม่วอกแวกคิดถึงเรื่องอื่นๆ ในบ้าน ทางที่ดีให้รักษาตารางเวลาเหมือนกับอยู่ที่ออฟฟิศ

4.เตรียมพร้อมสื่อสารกับทีม

การทำงานที่บ้านคนเดียวอาจทำให้เรารู้สึกถูกตัดขาด เกิดความเหงาและเครียดได้ การใช้โปรแกรม Teleconference ไลน์แชทกลุ่ม จะช่วยให้เราไม่รู้สึกอยู่คนเดียวแต่ยังมีเพื่อนร่วมงานคอยสนับสนุนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องงาน การมีบัดดี้ไว้คอยแชทส่งข้อความปรึกษางานก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

5.แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว วางทุกอย่างเมื่องานเสร็จ

ข้อเสียของการ Work from Home คือพื้นที่ทำงานกับพื้นที่ส่วนตัวจะปะปนอยู่รวมกัน ซึ่งทำให้บางคนเกิดความเครียดจากที่ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องงานได้ สิ่งที่ควรทำคือ หลังจากชั่วโมงงานแล้วให้เก็บเครื่องมือการทำงาน รวมทั้งสิ่งที่ทำให้นึกถึงงานให้พ้นจากสายตาทั้งหมด แล้วไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ออกกำลังกาย รดน้ำต้นไม้ ดูหนัง ทำกับข้าว ฯลฯ เพื่อลดความเครียดและฟื้นฟูพลังงานในร่างกายเตรียมพร้อมกับการทำงานในวันต่อไป

แม้การ Work from Home จะเป็นเรื่องใหม่สำหรับแวดวงมนุษย์เงินเดือนในบ้านเรา แต่ด้วยสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทั้งองค์กรและพนักงานก็ต้องพร้อมปรับตัวรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าและคงความรับผิดชอบในการทำงานให้ได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ สุดท้าย...เราจะสู้โควิด-19 ไปด้วยกัน ประเทศไทยต้องรอด!!